Processed with VSCO

10 วิธีเที่ยว(ทั่วโลก)ยังไงให้ประหยัดตังค์ในกระเป๋า

‘ปิง เราอยากเที่ยวนะ แต่ช่วงนี้ไม่มีเงินอ่ะ’ นี่เป็นประโยคหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุด บางทีก็มาเป็นคำถามอย่าง.. ‘อยากไปประเทศนู้นจัง อยากไปประเทศนี้จัง แต่ไม่มีตังค์ทำไงดี T_T’ เราขออนุญาตใช้บทความนี้ตอบทุกข้อสงสัยว่าเราเที่ยวยังไง ให้ถูกและคุ้ม รวมทั้งย้ำกับเพื่อนๆว่า ‘You don’t need to be rich to travel / คุณไม่จำเป็นต้องรวยเพื่อจะเที่ยว’

ป.ล.1 คำว่า ‘ประหยัด’ หมายถึง การใช้เงินอย่างสมเหตุสมผลและไม่เดือดร้อนใคร ถ้าการออกไปเที่ยวของคุณต้องทำให้คนบางคนขาดรายได้ ฝ่าฝืนกฏระเบียบของสถานที่ต่างๆ หรือ นำปัญหามาให้ตัวเองและผู้อื่น นั่นไม่เรียกว่าประหยัดนะ

ป.ล.2 ทั้ง 10 ข้อนี้เป็นวิธีที่เราใช้มาตลอด เพราะมันเวิร์คกับเรา ใครใช้แล้วไม่เวิร์คก็ไม่ว่ากัน มีวิธีอื่นก็เอามาแบ่งปันกันได้ : )

 

1. จองที่พัก + ตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์ของเขาโดยตรง

ปิงเป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้บริการค้นหาที่พัก / ตั๋วเครื่องบินราคาถูกจากเว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่าง expedia, skyscanner, agoda ฯลฯ แต่พอถึงขั้นตอนการจอง ปิงแนะนำให้ทุกคนเช็คก่อนค่ะว่า ราคาในเว็บเหล่านี้ ถูกหรือแพงกว่าราคาในเว็บของที่พัก / สายการบิน ถ้าพอๆกันหรือถูกกว่า เพื่อนๆก็จองผ่านเว็บเหล่านี้ได้เลย แต่ส่วนใหญ่(ที่ปิงเจอ)ในเว็บของที่พัก / สายการบินมันจะถูกกว่า เสียเวลาเสิร์ชอีกนิดนึง แต่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เห็นๆ (กรณีที่เพื่อนๆเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ข้างต้น จะมีพวกดีลราคาดีๆส่งมาให้ ถ้าโชคดีได้ช่วงเวลาเหมาะ ก็จองกับเขาไป)

 

2. ไปเที่ยวกันหลายๆคน

รู้ว่าการจัดตารางชีวิตให้ว่างพร้อมๆกันหลายๆคนมันยาก แต่ถ้าทำได้ มันจะช่วยคุณประหยัดไปได้มากกกกเลยนะ ที่แน่ๆคือมีคนช่วยแชร์ค่าที่พัก ค่าอาหาร เวลาจะซื้อของฝาก ซื้อหลายๆอันก็ได้ราคาปลีก ในกรณีที่ต้องเช่ารถมาขับ หรือ จ้างไกด์ท้องถิ่นยิ่งคุ้มไปอีก สุดท้ายคือ ไม่เหงา : D

 

3. เที่ยววันธรรมดา / ช่วง low season

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการเที่ยววันธรรมดาหรือเที่ยวช่วง low season จะช่วยคุณประหยัดไปหลายขุม จากการสำรวจของเราเอง พบว่าธุรกิจท่องเที่ยวอย่าง ที่พัก ทัวร์ และ บริการอื่นๆ จะกำหนดราคาไว้ 2 แบบเสมอ คือราคาช่วง high season และ ราคาในช่วง low season ซึ่งบางที่กำหนดราคา 2 แบบนี้ห่างกันเป็นเท่าตัว เช่นเดียวกับราคาตั๋วเครื่องบินในช่วงวันหยุดยาว อย่าหวังจะได้เจอตั๋วถูก.. วิธีที่จะช่วยคุณได้คือ ยืดหยุ่นเวลาเที่ยวให้ตรงกับวันธรรมดาบ้าง ลองไปทะเลช่วงเดือนพ.ค. – มิ.ย. ลองขึ้นเหนือช่วงก.ย. – ต.ค. เท่านี้ก็มีตังค์เหลือกินเหลือช้อปแล้ว

 

4. ระหว่างทริป เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (รถไฟฟ้า รถเมล์)

ไหนใครชอบโบกแท็กซี่ แม่จะตีให้มือหักเลย ฮ่าๆ ค่าแท็กซี่เนี่ยแหละแพงที่สุด ดูดเงินในกระเป๋าที่สุด ในประเทศไทยอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศปิงบอกเลยว่า ‘ขึ้นรถไฟฟ้า / รถเมล์เถ๊อะ’ เพราะส่วนใหญ่เขาจะมีบัตรประเภท 1 / 2 / 3 / 7 วัน ที่จ่ายครั้งเดียว แต่เดินทางกี่เที่ยวก็ได้ (เหมือนจะแพง แต่ถ้าอยู่เมืองนั้นหลายวัน เอาราคาตั๋วเที่ยวเดียวมาบวกกันน่าจะแพงกว่า) ซื้อได้ตามจุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟนะจ๊า

 

20160503235109_img_054gt5

 

5. จับตาดูพวกดีล / โปรโมชั่นพิเศษ

ดีลและโปรโมชั่นมักทำให้ฝันของเราเป็นจริง เพราะฉะนั้นจับตาดูเอาไว้.. แล้วจะไปดูได้ที่ไหนบ้าง ? ปกติเราติดตามพวกเฟซบุ๊กแฟนเพจของสายการบิน ทัวร์ และ ที่พัก ค่ะ อันนี้ตัวอย่าง ลองเข้าไปดูกันได้ >> https://www.facebook.com/TidPromo/ , https://www.facebook.com/ch.trixget/ , https://www.facebook.com/Expedia.co.th/ ถ้าเป็นดีลประเภทนี้ไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ แต่พวกดีลสำหรับนักท่องเที่ยวอย่าง City Pass, Museum Pass ในต่างประเทศต้องดูรายละเอียดดีๆ เพราะบางทีเราเอาค่าเข้าของทุกสถานที่ที่เราอยากไปมาบวกกันก็ถูกกว่าราคาดีล หรือมันอาจจะคุ้ม แต่ไม่ได้รวมสถานที่ที่เราอยากไป ซื้อแยกแต่ละที่ก็จะถูกกว่าค่ะ

 

6. นอนโฮสเทลห้องรวม (ยิ่งห้องใหญ่ ยิ่งถูก)

หากคุณเป็นคนง่ายๆสบายๆ นอนไหนก็ได้ ขอแค่ได้ไปเที่ยว ‘โฮสเทล’ เป็นทางเลือกที่ perfect ที่สุด ! ยิ่งเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ การนอนโฮสเทลจะช่วยคุณประหยัดได้เยอะเลย แถมโฮสเทลสมัยนี้เขาก็ทำสะอาดสะอ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีห้องให้เลือกหลายแบบ ทั้งห้องรวมชาย ห้องรวมหญิง ตั้งแต่ 4 -12 คน หรือ มากกว่านั้นก็มี.. ได้เพื่อนใหม่ แถมมีเงินเหลือใช้ ทริปต่อไปนอนโฮสเทลนะ

 

7. คิดให้ดีก่อนจะซื้อของที่ระลึก

ข้อนี้เหมือนจะง่าย แต่พอถึงตอนไปเที่ยวจริงๆมันยากนะ ฮ่าๆ เป็นธรรมดาของคนเราที่เห็นอะไรสวยๆงามๆ ก็ต้องอยากได้ อยากซื้อ แต่สัญญาได้มั้ยว่าต่อไปนี้ ก่อนซื้อของที่ระลึก เพื่อนๆจะต้องถามตัวเอง 4 ข้อ.. 1. ของชิ้นนี้จะทำให้เราคิดถึงสถานที่นี้ได้จริงหรอ? 2. เราจะได้ใช้ประโยชน์จากของชิ้นนี้หรอ? 3. แบบนี้บ้านเราก็มีขาย รึเปล่า? และ 4. แล้วแพลนที่เราจะเอาเงินไปซื้อของที่สำคัญ / จำเป็นกว่านี้ล่ะ ? ถ้าถามครบแล้ว คำตอบออกมาสมเหตุสมผลก็ซื้อ ถ้าไม่ เก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าน้า

 

20160504203123_img_08vrve44

 

8. ไม่ต้องโหลดกระเป๋าทุกคนก็ได้มั้ง

ข้อนี้สำหรับคนที่ไปเที่ยวในประเทศ / ประเทศใกล้ๆ / ไปเที่ยวไม่กี่วันค่ะ ถ้าคุณมีสัมภาระไม่เกิน 7- 10 กิโลกรัม (แล้วแต่สายการบิน) คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่าโหลดกระเป๋านะ มันอาจจะดูเป็นเงินเล็กๆน้อย แต่รวมกันหลายๆคน คุณสามารถเอาเงินนี้ไปทำอย่างอื่นได้เยอะเลย อย่างเราถ้าไปเที่ยว 3 คน เราจะโหลดกระเป๋าไปใหญ่แค่ไปเดียว ไปเที่ยว 5 คนก็โหลดแค่ 2 ใบ ที่เหลือถือขึ้นเครื่อง ไหนๆก็ไปด้วยกันอยู่แล้ว เอาของมาฝากรวมไว้ในกระเป๋าเดียวก็ได้นี่หน่า

 

9. กินสิ่งที่คนในพื้นที่เขากินกัน

ไม่ต้องไปหาร้านนั่งให้วุ่นวาย เพราะอาหาร local เนี่ยแหละถูกที่สุด (หรือจะเรียกว่า street food ก็ได้) อาหาร local เขาทำมาให้คน local กิน ราคาเขาก็คิดแบบคน local ไม่มีบวกค่าบรรยากาศ ค่าบริการ หรือ ค่าที่เราเป็นชาวเอเชียตัวน้อยๆ นอกจากจะได้ลองรสชาติใหม่ๆแล้ว ยังได้ประหยัดเงินด้วย

 

10. Mix & Match เที่ยวบินของคุณ

หลายครั้งที่เราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วค่าตั๋วเครื่องบิน แพงกว่าค่าใช้จ่ายทุกย่างในทริปรวมกันซะอีก นอกจากการจองล่วงหน้า จองช่วง low season และ จองตอนสายการบินมีโปรโมชั่นแล้ว อีกวิธีที่ช่วยให้เพื่อนๆประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินได้ก็คือการ Mix & Match ค่ะ มันคือการเลือกเวลาบินเช้าตรู่บ้าง ดึกบ้าง พักเปลี่ยนเครื่องบ้าง(ไม่บินตรง) รวมทั้งเลือกสายการบินไป-กลับคนละสายการบินบ้าง เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด ทั้งนี้เพื่อนๆต้องไม่เลือกตั๋วที่ราคาถูกจนทำให้ชีวิตลำบาก ไปไม่ทันนัด หรือ พักผ่อนไม่เพียงพอ เลือกให้เหมาะ แล้วเงินจะเหลือเอง เชื่อสิ

 

20160504184253_img_07vre10

 

เป็นไง 10 ข้อ ? ใครเคย / ไม่เคยทำข้อไหนบ้างคะ ? ถ้ามีวิธีอื่นๆก็เอามาแชร์กันได้เลยนะ ต้องการๆๆๆ 55555 ติดตามรีวิวท่องเที่ยวสนุกๆและบทความอื่นๆได้ที่ www.blissoutthere.com

เข้ามาพูดคุยกันได้ที่ www.facebook.com/blissoutthere นะ

ขอบคุณค่ะ : )

 

Comments

comments

Tags: ,
Previous Post Next Post