เชียงใหม่งงๆ ของคนไม่มีรถ

4 วัน 3 คืน เที่ยวกิ่วแม่ปาน แม่ริม แม่กำปอง จะงงขนาดไหน ไปดูกันเล้ยยยยย

 

 

นอนนิมมาน เหมินทร์ กินข้าวต้ม
เช้ารับลม ขึ้นกิ่ว สนุกสนาน
ไปต่อกัน ที่แม่ริม แหมะ! สำราญ
ปิดท้ายด้วย หมู่บ้าน แม่กำปอง
ทั้งหมดนี้ รถไม่มี ก็ไปได้
จะกิน ใช้ อะไร ให้หารสอง
เก็บครบชัวร์ 3 ที่ นี่รับรอง
อ้ะ! เก็บของ แล้วไปลุย เชียงใหม่กัน

 

ปรบมือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ…

 

 

อย่างที่เรารู้กันค่ะว่า “เชียงใหม่” เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่ว่าจะเป็นม่อนแจ่ม ม่อนจอง ดอยอ่างขาง ดอยสุเทพ ดอยปุย ดอยหลวงเชียงดาว บ้านป่าบงเปียง อำเภอเสมิง… พอ! เอาเป็นว่ามันเยอะ! จากหลาย 10 สิบที่ ทริปนี้เราเลือกมา 3 ค่ะ คือ กิ่วแม่ปาน แม่ริม และแม่กำปอง ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เราไม่ได้มาเล่นๆ… เรามาสมบุกสมบัน55555555 ถ้านายคือคนที่อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่ไม่มีรถ และถึงมีก็ขับไม่เป็น… ดีใจด้วยค่ะ นายอ่านถูกกระทู้แล้ว

 

ทริปนี้เราเดินทางไป – กลับ ด้วยรถทัวร์ แบบ VIP ค่ะ ขาไป เราไปกับนายสมบัติ… ขากลับ เรากลับกับคุณนครชัย
ราคา 778 บาท เท่ากัน ทั้งสองเจ้า (ไป – กลับ 1,556 บ.) บนรถของสมบัติทัวร์ ก็จะมีหมอน มีผ้าห่มให้ เก้าอี้ปรับเอนได้ มีทีวีให้ดู มีน้ำ มีขนม แต่! ไม่มีข้าวกล่อง เขาเลยจอดให้เราแวะทานข้าวเที่ยงแทนค่ะ ใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ดูในลิงก์นี้ได้เลย http://www.sombattour.com/

 

 

เราออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 22 มกรา 59 ตอน 7 โมงครึ่ง และ ถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่ตอนเกือบ 6 โมง ค่ะ
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง… สาวๆที่ทำท่าสควอทแล้วก้นไม่ใหญ่ขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนมานั่งรถไป – กลับ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ค่ะ น่าจะเวิร์ค

 

 

ถึงแล้วตั้งสติไว้ค่ะ อย่าเพิ่งรีบเหมารถ เพราะเราจะเสียเงินโดยใช่เหตุนะวัยรุ่น! เดินตรงไปที่รถแดง… บอกที่ที่เราจะไป พร้อมกับบอกจุดยืนของเราว่า “ไม่เหมานะพี่ ไม่เหมา” จากนั้นขึ้นไปนั่งสวยๆ รอคนครบ แล้วพี่คนขับก็ออกรถค่ะ

 

 

จากขนส่งใช้เวลา 20 – 25 นาที พวกเราก็มาถึงนิมมานซอย 17 ที่ตั้งของ “The Pause Hostel” ที่พักของเราในคืนนี้ค่ะ ค่ารถแดง เมื่อกี๊ คนละ 50 บาท ส่วนค่าที่พักคนละ 330 บาท เช็คอิน เอาคีย์การ์ด เอาของขึ้นไปเก็บ แล้วเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า…

 

 

ที่ The Pause Hostel มีทั้งห้องนอนรวมหญิง รวมชาย รวมหญิงชาย และ private room ค่ะ
ห้องน้ำ กับ ห้องอาบน้ำจะแยกออกจากห้องนอน และมีอยู่ทุกชั้น เราจองผ่านเว็บไซต์ traveloka ก็สะดวกดี มีที่พักให้เลือกเยอะ ให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบ ลองดูได้ในลิงก์นี้ค่ะ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/city/mueang-chiang-mai-district-10000199

 

 

ป่ะ! กินข้าว! ปีก่อนเรามาเชียงใหม่กับเพื่อน แล้วโดนข้าวต้มไปร้านหนึ่งซึ่งดีมากกกกกกกกกกก ปีนี้เลยอยากกลับไปอีกค่ะ ติดตรงที่เราจำชื่อ กับ พิกัดของร้านไม่ได้เลยยยยย นี่ก็พยายามเสิร์ชๆๆๆๆ จนสุดท้าย เจอค่ะ! “ร้านข้าวต้มนายดำ” อยู่ตรงข้ามสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ ถนนสุเทพ จากนิมมาน 17 เดินไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่ะ

 

 

เป็นร้านข้าวต้มที่เมนูเยอะมากนะ ลายตาเลยแหละ สุดท้ายเราเลือก ปูผัดผงกะหรี่ 150 บาท หอยลายผัดพริกเผา 70 บาท ผัดผักกระเฉดหมูกรอบ 50 บาท ไข่เจียว 40 บาท รวมข้าว 2 ถ้วย น้ำเปล่า 2 ขวด ก็ 350 บาท หารกัน 2 คน ตกคนละ 175 บาท ค่ะ

 

 

กินกันจนอิ่ม พุงป่องแล้ว เราขอไปเดินย่อยที่ถนนนิมมาน กับ ห้างเมญ่าหน่อยค่ะ

แต่เดินนานมากไม่ได้นะ ต้องรีบกลับไปนอน พรุ่งนี้โปรแกรมเราเริ่มแต่เช้า…

 

 

ตี 4 แล้ววววววววววววววววววว ตื่น ตื่น ตื่นนนนนนนนนนน ล้างหน้าล้างตา แล้วเราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” กัน ด้วยความที่ออกจากที่พักเช้ามาก (ตี 4 ครึ่ง) จึงไม่มีการ check out ใดๆ จะมีก็แต่การทิ้งคีย์การ์ดไว้ที่เคาน์เตอร์ ให้อารมณ์เหมือนในหนังที่พระเอกหรือนางเอกต้องย้ายบ้าน แล้วไม่มีโอกาสได้ลากัน เลยต้องทิ้งจดหมายไว้ที่หน้าบ้านของอีกฝ่าย… ต๊อง!

 

จากที่พักไปดอยอินทนนท์ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงค่ะ ที่นานนี่ไม่ใช่ไร… ต่อรถหลายรอบ
เริ่มจากเรียกตุ๊กตุ๊กแถวที่พัก ไปประตูเชียงใหม่ ในราคา 50 บาท (2 คน)
จากประตูเชียงใหม่ นั่งรถเมล์สีฟ้าไปลงที่วัดพระธาตุ 34 บาท
และจากวัดพระธาตุ นั่งสองแถวสีเหลืองไปทางขึ้น “กิ่วแม่ปาน” 150 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะนิยมรวมคนให้ได้ 8 – 10 คน แล้วเหมารถไป – กลับ วัดพระธาตุ – ดอยอินทนนท์ – จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ในราคาคนละ 200 บาท แต่เราจะไปเดินกิ่วยาวยาวววววววววว เลยไม่ได้เหมาขากลับเหมือนคนอื่นค่ะ

 

นี่ประตูเชียงใหม่นะ รอรถเมล์ตรงนี้

 

 

ขึ้นมานั่งตอนแรกว่าหนาวแล้วนะ พอนั่งไปชั่วโมงนิดๆ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้นแหละ…หนาวกว่าเดิม
ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ทันจ้า อยากไปทันต้องตื่นตี 3 นิดๆ แล้วไปให้ทันรถรอบแรก ซึ่งออกจากประตูเชียงใหม่ตี 4 ค่ะ

 

 

ถึงแล้ววัดพระธาตุ… เรียกรถเหลืองขึ้นดอยโลดดดดดดดดดด

 

 

พอถึงทางเข้าอุทยาน รถก็จะจอดให้พวกเราลงไปเสียค่าเข้ากันก่อนค่ะ
ปกติผู้ใหญ่จะเสียค่าเข้าคนละ 50 บาท แต่นี่ยื่นบัตรนักศึกษาไป เลยเหลือแค่ 20 บาท ค่ะ

 

 

ก่อนจะขึ้นไปเดินกิ่ว เราไปหาอะไรร้อนๆกินเติมพลังกันก่อนเนอะ

 

 

หนาวๆอย่างนี้ ข้าวต้ม กับ โอวัลตินร้อนๆ เนี่ยแหละ! เหมาะ!
จ่ายค่าอาหารคนละ 30 บาท แล้วเราไปลุยกันเล้ยยยยยยยยยย

 

 

“กิ่วแม่ปาน” หรือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน” มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง ขึ้นกับสปีต และสภาพของแต่ละคนค่ะ เส้นทางนี้สูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล วิวดี วิวสวยตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณทุ่งหญ้าโล่งกว้างสีทอง เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่อง “รักจัง” เขาก็มาถ่ายที่นี่ งั้นเราไปลงชื่อ จับกลุ่ม กับคนอื่นกันเลยดีกว่า… ไป!

 

 

รวมกลุ่มได้ 8 – 10 คน แล้ว ก็จ่ายค่าเจ้าหน้าที่นำทาง 200 บาท / 1 กลุ่ม ค่ะ กลุ่มเรามี 10 คน หารแล้วก็ตกคนละ 20 บาท พอดี แต่ก่อนคนที่มาเดินกิ่วจะใช้ หรือ ไม่ใช้บริการเจ้าหน้าที่นำทางก็ได้ แต่ตอนนี้ทางอุทยานเขากำหนดให้ทุกกลุ่มมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพราะบางทีนักท่องเที่ยวขึ้นไปแล้วซน ทำลายธรรมชาติ เด็ดดอกไม้นู่นนี่ ฉะนั้น! รักษาธรรมชาติกันด้วยนะ เขาจะได้อยู่กับเรานานนานนนนนนนนน ความรักก็เช่นกัน… ผิด!

 

สิ่งแรกที่เราจะเจอในเส้นทางนี้เลยก็คืออออออออออออออออออ… “น้ำตกลานเสด็จ” น้ำตกเล็กๆที่เหมือนมีเวทมนตร์อะไรสักอย่างสะกดให้เราอยากเข้าไปใกล้ๆ ก็มันสวยอ่ะ มันเล็กนิดเดียวเองนะ แต่มันสวย แค่เห็นก็ชุ่มชื่นสายตาแล้วค่ะ

 

 

เดินต่อไปเรื่อยๆ ตลอดทางจะเจอดอกไม้เล็กเล้กกกกกกกกกก สีขาว ชมพู ซึ่งพี่ที่นำทางเราบอกว่ามันชื่อ “ดอกผักไผ่” ค่ะ

 

 

ถึงจะเป็นเส้นทางสั้นๆ แต่พวกเราพักกันบ่อยอยู่นะ เหนื่อยอยู่ คงเพราะอยู่บนที่สูงด้วย ทางลาดชันด้วย
จุดนี้เรียกว่า “ช่องลม” ค่ะ ยังไงไปลองยืนดูได้… ชาตั้งแต่หนังหัวยันนิ้วก้อยเท้า

 

 

เริ่มละ… เริ่มพีคละ

 

 

ถึงแล้ววววววววววววววว จุดชมวิว กิ่วแม่ปาน! นักท่องเที่ยวนี่ทั้งนั่ง ทั้งนอน โชว์ลีลาถ่ายรูปกันอลังการมาก! ส่วนใครมาสาย Peaceful แนะนำให้หามุมสงบๆยืนดูวิวแบบอินๆค่ะ

 

อันนี้เป็นการโพสต์ท่าแบบ simple ๆๆ…

 

 

จากจุดชมวิวจะเป็นทางเดินสันเขาเลียบหน้าผาค่ะ ซึ่งทางเดินกว้างแค่ประมาณ 1 เมตรเท่านั้นเอง

เดินก็ระวังกันนิดนึง อย่ามัวแต่ถ่ายรูปชี้โบ๊ชี้เบ๊ ตกผาไปนี่รู้เรื่องแน่นอนนนนน

 

 

ข้างทางมีต้นกุหลาบพันปีเต็มเลย ชนิดนี้ชื่อว่า คำแดง ค่ะ ออกดอกในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. และบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนกุมภา ถือว่าหาดูได้ยากนะในบ้านเรา หลักๆก็มีที่นี่ กับอุทยานแห่งชาติขุนแจ จ. เชียงใหม่ เหมือนกันค่ะ

 

 

จากจุดสุดท้ายของทางเดินสันเขา พวกเราจะเห็นพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ชัดเจนเลยค่ะ

 

 

เดินกลับลงไปตรงจุดลงชื่อ จ่ายค่าเจ้าหน้าที่นำทางเรียบร้อย แล้วเราไป “แม่ริม”กันต่อค่ะ!
เดี๋ยว! จะไปยังไง? ได้ข่าวว่าไม่ได้เหมารถไป-กลับ เหมือนชาวบ้านเขาหนิ… งานงอกค่ะทีนี้
พวกเราต้องไปขึ้นรถกลับเข้าเมืองเชียงใหม่ ที่วัดพระธาตุ ค่ะ ถามสองแถวกี่คันเขาก็ไม่ไป เพราะเขาต้องรอรับกลุ่มที่เหมามา จนสุดท้ายมีสองแถวคันหนึ่งกำลังจะไปส่งคนที่พระมหาธาตุเจดีย์ เขาเลยบอกให้เราขึ้นมาก่อน แล้วค่อยไปหารถแถวนั้น เพราะที่พระมหาธาตุเจดีย์มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯอยู่ เผื่อเขาช่วยเราได้ รอไรล่ะ! โดดขึ้นเลย!

 

ผิดคาดมากกกกก เหงามากกกกกกกกกกกกกกก ไม่มีรถเลยค่ะ รถที่มานี่ขึ้นไปพระมหาธาตุเจดีย์หมดทุกคัน เจ้าหน้าที่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เรื่องนี้… เราจะไม่ยุ่ง” (อ่านแล้วทำเสียง ริว จิตสัมผัส ด้วยนะ) สุดท้ายเรากับสหายต้องไปยืนโบกรถหน้าพระมหาธาตุเจดีย์… โบกกันอยู่ประมาณ 15 นาที ก็ได้ยินเสียง “น้อง! ไปป่าว!?”… นี่ก็งงดิเสียงใคร ไม่มีรถมาจอดสักคัน… “น้อง!”… หันหลังไปเป็น ชายหนุ่มในเสื้อหนัง มือซ้ายคีบบุหรี่ ยืนคร่อมมอเตอร์ไซค์ด้วยท่าที่เท่ห์มาก! นี่ก็กล้าๆกลัวๆ พยายามเพ่งเข้าไปในหมวกกันน๊อคเพื่อดูหน้า… ปรากฏ เป็นพี่เจ้าหน้าที่ที่นำทางเราบนกิ่วแม่ปาน! พี่เขาขับรถกลับบ้านพอดี บอกลงหน้าหมู่บ้านพี่หารถง่ายกว่า งั้นหนูรบกวนหน่อยนะพี่นะ…

 

ขอบคุณนะ ฮีโร่ของเรา

 

 

พี่คนหล่อส่งพวกเราตรงทางเข้าหมู่บ้านขุนกลาง และหลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาที ครอบครัวไทยใจดีก็รับพวกเราขึ้นรถ
คุยไปคุยมาก็รู้ว่าครอบครัวนี้เป็นคนลำปางที่มาเที่ยวเชียงใหม่ พวกเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ(คนละ 50 บาท) ก่อนถึงตัวเมือง แล้วก็แยกย้ายกันค่ะ…

 

ขอบคุณอีกรอบนะคะ

 

 

จากร้านก๋วยเตี๋ยวนั่งรถสองแถวไปลงที่ “ขนส่งช้างเผือก” ค่าโดยสาร 20 บาท ค่ะ

 

 

ภารกิจต่อไป คือ นั่งรถเหลืองไปลงที่ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม ในราคา 20 บาท ค่ะ บอกคนขับว่าลงแถวๆเทศบาลเหมืองแก้ว พี่เขาจะจอดตรงใต้สะพานลอยนี้ แล้วเราก็เรียกรถพ่วงต่อเข้าไปที่ที่พัก ราคา 60 บาท ไม่หลงแน่นอนค่ะ มีป้ายบอกตลอดทาง

 

 

แล้วเราก็มาถึง “Chic 39”… โฮมสเตย์กลางแปลงดอกไม้ แบบชิคๆ

 

 

ที่นี่เขาแบ่งอาคารเป็น 2 ส่วน ค่ะ ส่วนแรกเป็นร้านอาหาร เปิดตั้งแต่ 10.00 – 20.30 น. อีกส่วนเป็นห้องพัก มีทั้งหมด 4 ห้อง ชั้นละห้อง ค่ะ ใครอยากพักแบบสงบๆ เป็นส่วนตัว คือเหมาะมาก เราพักห้อง The stary night ชั้น 1 ราคา 2,390 บาท / 1 คืน (อาทิตย์ – พฤหัส 2,090 บาท) ราคาแต่ละห้องไม่เท่ากันนะ ใครอยากดูว่าหน้าตาแต่ละห้องเป็นยังไง หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็ลิงก์นี้เลย www.facebook.com/chic39 แต่ตอนนี้ขอไปนอนกลิ้งก่อน… เหนื่อยมากกกกกกก!

 

 

นี่วิวจากห้องเราตอนพระอาทิตย์ตกค่ะ

Related Post

 

 

ท้องร้องแล้วววววววว เราไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ แต่ก่อนอื่นนนนน ขอสำรวจสถานที่ก่อนนะว่าชิคสมชื่ออ๊ะป่าววว…

 

 

พวกเราสั่ง Smoked Salmon Pizza, ยำไก่แซ่บ ปิดท้ายด้วย Honey Toast & Ice cream ค่ะ บอกเลยว่าด.เด็ก สระอี ทุกเมนู ราคารวม 600 บาท หาร 2 คน ก็คนละ 300 บาท พอดี ใครไม่ถูกกับ Toast เขาก็มีขนมให้เลือกอีกเยอะน้า น่าตาหน้าคบหาทุกอัน ติดที่ตอนนี้แน่นพุงมากๆแล้ว รู้สึกผิดแล้ว ขอกลับห้องดีกว่าค่ะ…

 

 

ไม่มีอะไรดีกว่าการนอนหลับสบายบนเตียงนุ่มนุ่มมมมม แล้วตื่นมาเจออากาศดีๆ วิวดีๆ แบบนี้แล้วค่ะ

 

 

ป่ะ! เราไปกินข้าวกันดีกว่า กินที่เดิมกับมื้อเย็นเมื่อวานนี่แหละ แต่บรรยากาศตอนเช้ากับตอนเย็นไม่เหมือนกันนะ ที่เหมือนกันคือความชิค…

 

 

จ่ายเพิ่มคนละ 250 บาท แล้วนี่คือสิ่งที่เราได้ค่ะ… โจ๊ก ข้าวซอย ข้าวเหนียว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว ปาท่องโก๋ ผลไม้ น้ำส้ม น้ำชา น้ำเปล่า แล้วแต่ละเมนูคือเขาคัดร้านเด็ดๆมาให้เลย อร่อยเลย 2 คนกินไม่หมดเลยยยยยยยยยย555555

 

 

ก่อน check out เราไปเดินย่อย เก็บบรรยากาศที่เหลือใน Chic 39 กัน(:

 

 

Chic 39 กลางทุ่งดอกเบญจมาศเหลืองค่ะทุกคน ใครมาพักที่นี่แล้วไม่ได้มาถ่ายรูปมุมนี้ถือว่ามาไม่ถึงนะ

 

 

เอ้อ! ลืมบอกไปเลยว่า วันนี้มีรถมารับพวกเราจากแม่ริมไปแม่กำปองนะจ๊ะ ไม่ต้องต่อรถหลายรอบแล้วนะจ๊ะ แถมพรุ่งนี้เขายังขับไปส่งพวกเราในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย ไม่ใช่ใครที่ไหน ป้านงค์ สองแถว สีเหลืองของพวกเราเอง เราได้เบอร์ป้านงค์มาจากที่พักที่แม่กำปองค่ะ ใครสนใจก็ติดต่อแกไปได้เลย 098-746-6569 ราคาเหมา 1,600 บาท ยิ่งมาหลายคน ยิ่งคุ้มค่ะ

 

ถึงแล้ว “หมู่บ้านแม่กำปอง” อำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่เจ้า

 

 

เป็นไงหมู่บ้าน ? น่ารักเนอะ! แล้วที่ชอบสุดคือเวลามองไปรอบๆเราจะไม่เห็นรีสอร์ทหรือโรงแรมอะไรหรูหรา เพราะที่พัก และร้านอาหาร ส่วนใหญ่ในหมู่บ้านแม่กำปองจะเป็นแบบโฮมสเตย์ บ้านไม้ เข้ากับบรรยากาศมากๆค่ะ ก่อนจะไปสำรวจรอบๆ ขอแวะเก็บของที่ที่พักเราแป๊ปนึง คืนนี้เราพักที่ “บ้านฮิมห้วย ลุงปุ๊ด ป้าเป็ง โฮมสเตย์” ค่าที่พัก 600 บาท / คน / คืน ความดีงามอยู่ที่เขามีร้านกาแฟน่ารักน่าล้ากกกกกกกกกกเป็นของตัวเองด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะไปกินมื้อเช้าฟรีที่ร้านนี้แหละ ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเลย www.facebook.com/maekampong.homestay

 

 

ที่พักเป็นบ้าน 2 ชั้น ค่ะ เราเลือกนอนชั้นล่าง เพราะมีห้องน้ำในตัว ส่วนชั้นบนห้องน้ำกับห้องนอนแยกกันค่ะ

 

 

นี่วิวจากห้องเราค่ะ มองลงไปเป็นแอ่งน้ำเล็กๆที่ไหลมาจากน้ำตกแม่กำปอง เห็นแล้วสดชื่นเลยแหละ

 

 

เป้าหมายแรกของเราคือ “ร้านกาแฟชมนกชมไม้” ค่ะ จากที่พักใช้เวลาเดินประมาณ 15 – 20 นาที ทางเดินบางช่วงชันเอาเรื่องอยู่ ต้องระวังกันนิดนึง ระหว่างทางใครอยากแวะทำบุญที่ “วัดคันธาพฤกษา” ก็ได้นะ

 

 

นี่ทางขึ้นไปร้านกาแฟชมนกชมไม้ค่ะ

 

 

ถึงแล้วๆๆๆๆ เราไปหาที่นั่ง แล้วมาสั่งอะไรเย็นๆดีกว่าเนอะ จะได้หายเหนื่อย

 

 

เราสั่งชาเขียวนม 60 บาท ค่ะ อร่อยนะ ถือว่าโอเค… วิวแบบนี้ กินอะไรก็อร่อยหมดอ่ะเอาจริง

 

 

จากร้านกาแฟชมนกชมไม้ เดินไป “น้ำตกแม่กำปอง” ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ค่ะ
เดินตามทางขึ้นไปเลย ไม่มีซอกแซกอะไรทั้งนั้น ไม่เสียค่าเข้าอะไรทั้งนั้น เดินตรงเข้าไปเล้ยยยยยยยยยยย

 

 

“น้ำตกแม่กำปอง” คือ น้ำตกอลังการ 7 ชั้น ที่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของหมู่บ้านแม่กำปอง ค่ะ แต่ตอนเราไปเขาเปิดให้ขึ้นถึงแค่ชั้นที่ 3 แต่ก็ถือว่าสวยสมคำร่ำลือ! ทางเดินขึ้นน้ำตกค่อนข้างสูงชันค่ะ เป็นทางดิ่งขึ้นไปอย่างเดียวเลย ไปดูภาพที่เอามาฝากกันดีกว่าแกร…

 

 

จากน้ำตกแม่กำปอง พวกเราไปต่อกันที่ร้านกาแฟ “Ted Du Coffee” ค่ะ จากที่พักเราเดินไปประมาณ 10 – 15 นาที
ใครที่เห็นป้ายนี้แล้วมองซ้ายมองขวา หาร้านไม่เจอ… สงบสติไว้ค่ะ ร้านเขาอยู่ข้างล่าง เราต้องเดินลงไป น่อววววววววว

 

 

และนี่ก็คือหน้าตาของร้าน Ted Du Coffee ค่ะ เป็นกระท่อมเล็กๆ อยู่ติดกับน้ำที่ไหลลงมาจากเขา
ถ้ากรุงเทพฯมีคาเฟ่แบบนี้ข้าพเจ้าไม่ขออะไรแล้วนอกจาก Wi-Fi…

 

 

เราสั่งชาพีชร้อน 120 บาท กับ น้ำผึ้งผสมมะนาวร้อน 75 บาท ค่ะ รสชาติแล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหนนะ สำหรับเราเราว่าหวานไปหน่อย แฮ่

 

 

กินบรรยากาศกันมาพอสมควรละ เราไปหามื้อเย็นกันดีกว่า
ร้านนี้อยู่ติดกับที่พักเราเลย ชื่อร้านไม่มี ที่มีคือหมูย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว ไส้อั่ว
มื้อนี้ราคา 80 บาท หารกันแล้วตกคนละ 40 บาท ค่ะ

 

 

นั่งห้อยขา มองลงไปเห็นน้ำไหลด้วยอ่ะ เลิศ

 

 

หมดเวลาแล้ววววววววววววววว เธอคงต้องไป แต่สิ่งที่เหลือในใจ ยังอยู่…
ขอมอบเพลงทำได้เพียง ของ 25 hours ให้กับวันสุดท้ายในเชียงใหม่ค่ะ! เร็วจริงไรจริง แป๊ปๆต้องกลับกรุงเทพฯแล้วหรือนี่! บอกลาแม่กำปองด้วยมื้อเช้าที่ร้านกาแฟลุงปุ๊ด ป้าเป็ง แล้ว 8 โมงครึ่งพี่นงค์รถเหมาก็มารับพวกเราเข้าเมืองค่ะ

 

 

บ่ายเมื่อวานก็เดินผ่านร้านนี้นะ แต่ไม่ได้ยื่นหน้าเข้าไปดู เพราะคนเยอะมากกกก
ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมคนเยอะ.. ร้านน่าร้ากกกกกกกกกกกกน่ารัก

 

 

คนหนึ่งจะได้ข้าวต้มหมู 1 ชาม วาฟเฟิลซึ่งอร่อยมาก 2 ชิ้น และเลือกเครื่องดื่มอะไรก็ได้ในร้าน 1 เมนู ค่ะ

 

 

จากหมู่บ้านแม่กำปองเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆ ค่ะ
พวกเราให้พี่นงค์ส่งที่ “ตลาดวโรรส” เพราะจะแวะเดินเล่น ซื้อของฝากกันระหว่างรอขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ
เสร็จภารกิจก็นั่งรถแดงอีก 20 บาท ไปลงที่สถานีขนส่งเชียงใหม่ แล้ว 12.15 น. รถของนครชัยแอร์ก็มารับพวกเราค่ะ

 

 

ขอโทษที่ไม่ได้ถ่ายรูปด้านนอกของรถไว้ เอาเป็นว่ามันคือรถทัวร์สองชั้นดีๆนี่แหละ
เก้าอี้บนรถปรับเอนได้ เป็นหนังด้วย หลับสบาย หลับยาวมากกกกกกกกก มีทีวี มีผ้าห่ม มีขนมให้ ปกติ
ที่ต่างจากขามาคือมีข้าวกล่องให้ เลยไม่ต้องพักรถกินข้าวที่ไหนค่ะ
นี่เผื่อใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มhttp://www.nca.co.th/main.html

 

 

พวกเรามาถึงกรุงเทพฯประมาณ 21.40 น. ได้เวลาแยกย้ายบ๊ายบายกันจริงจังแล้วสินะ! บ๊ายบายรถทัวร์ บ๊ายบายรถเหลือง รถแดง บ๊ายบายอากาศหนาวววววววว บ๊ายบาย “เชียงใหม่” เราเจอกันอีกแน่นอน! หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้ใครหลายๆคนที่อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะหนุ่มสาวทั้งหลายที่ไม่ขับรถ แปะลิงก์ไว้ให้อีกหน่อยแล้วกัน อันนี้ลิงก์รวม 20 ที่พัก ราคาหลักร้อย ใน จ.เชียงใหม่ http://bit.ly/1PERLnG อันนี้คิวรถสองแถวที่ไปตามอำเภอ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างในเชียงใหม่ ค่ะ http://www.reviewchiangmai.com/1887 แล้วคราวหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหน ติดตามได้ในเพจ “Bliss Out There” ลิงก์นี้นะ www.facebook.com/BlissOutThere

 

สรุปค่าใช้จ่าย

1. ค่าที่พัก : The Pause hostel 330 + Chic 39 (2,390 / 2) + บ้านฮิมห้วย 600 = 2,125 บ.
2. ค่าเดินทาง : รถทัวร์ ไป–กลับ 1,556 + รถเหลือง รถแดง รถเมล์ รถพ่วง ตุ๊กตุ๊ก 379 + รถเหมา 800 = 2,735 บ.
3. ค่ากิน : ทุกมื้อ และ ของกินเล่น รวม 1,003 บ.
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ : ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 20 + ค่าเจ้าหน้าที่นำทางบนกิ่วแม่ปาน 20 = 40 บ.

** รวมทั้งหมด 5,903 บ. **

 

 

สุดท้ายยยยยยยย ขอบอกว่า.. หนังสือเล่มแรกของปิง

Bliss of Chiang Mai วางขายแล้ววววววววววว!

ที่ศูนย์หนังสือจุฬา สยามแสควร์ และที่หน้าเพจ

https://www.facebook.com/BlissOutThere/

สายชิลล์ สาย slow life สายคาเฟ่ ไม่ควรพลาด

เพราะข้อมูลครบทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยว

แถมส่วนลดท้ายเล่ม ให้เอาไปใช้ตามรอยได้อีก!

เล่มละ 295 บ. พิมพ์แค่ 1,500 เล่มเท่านั้นค่ะ

ใครยังไม่มี inbox มาสั่งที่เพจ Bliss Out There

ได้เลยน้าาาาาาา รออยู่ : )
 

Comments

comments